ReadyPlanet.com
dot dot
dot
About US
dot
bulletแผนที่ JMS
bulletสมัครเรียน
bulletกระดานถาม-ตอบ
dot
แจกฟรี
dot
bulletโน้ตเพลง แจกฟรี
bulletโปรแกรม ดนตรี ฟรี
dot
มุมสร้างสรรค์
dot
bulletทฤษฎีดนตรี สากล
bulletเรียนดนตรี มีอะไรมากกว่าที่คิด
bulletประโยชน์ของดนตรี
bulletประพันธ์ ดนตรี
bulletว่าด้วยดนตรี
bulletดนตรี Jazz
bulletเปิดหูทิพย์ & Ear training
dot
เพลง เนื้อเพลง
dot
dot
สารานุกรม ศัพท์ ดนตรี
dot
bulletหมวดอักษร A
bulletหมวดอักษร B
bulletหมวดอักษร C
bulletหมวดอักษร D
bulletหมวดอักษร E
bulletหมวดอักษร F
bulletหมวดอักษร G
bulletหมวดอักษร H
bulletหมวดอักษร I
bulletหมวดอักษร J
bulletหมวดอักษร K
bulletหมวดอักษร L
bulletหมวดอักษร M
bulletหมวดอักษร N
bulletหมวดอักษร O
bulletหมวดอักษร P
bulletหมวดอักษร Q
bulletหมวดอักษร R
bulletหมวดอักษร S
bulletหมวดอักษร T
bulletหมวดอักษร U
bulletหมวดอักษร V
bulletหมวดอักษร W
bulletหมวดอักษร X-Z


ubonguide
racubon


เสียงดนตรี article
สีสันหรือคุณภาพของเสียง
สีสัน (Tone color) คือ คุณสมบัติเฉพาะของเครื่องดนตรี รวมทั้งเสียงร้องของมนุษย์ ซึ่งมีความแตกต่างกันโดยธรรมชาติของสิ่งนั้น ๆ เครื่องดนตรีแต่ละชนิดจะมีเสียงที่ให้อารมณ์แตกต่างกัน เช่น เครื่องดนตรีประเภทเครื่องลมไม้อย่างฟลูท เมื่อเราได้ยินเสียงฟลุ้ทในบทเพลงทำให้เรานึกหรือจิตนาการถึงนกที่กำลังบินบนท้องฟ้า แจ่มใสร่าเริง หรือถ้าได้ยินเสียงไวโอลินในบทเพลงเราก็นึกถึงสายลมที่กำลังพัดแผ่วเนื่องจากไวโอลินเป็นเครื่องสายที่สามารถเล่นท่วงทำนองของเพลงได้ไพเราะ เสียงแหลมใสของไวโอลินถ่ายทอดความรู้สึกแทบทุกชนิดได้ สำหรับเสียงฮาร์พเป็นเสียงที่เบา นิ่มนวล พราวพริ้วเมื่อเราได้ยินทำให้นึกถึงเสียงน้ำตกที่มีละอองน้ำแตกกระจายฟังแล้วทำให้เราชื่นฉ่ำได้ แต่ในทางตรงกันข้ามเครื่องดนตรีประเภทเครื่องเป่าทองเหลืองก็สามารถทำเสียงแสดงอำนาจเช่นเสียงแตรทรัมเป็ต ทรอมโบน ฯลฯ สีสันของเสียงเราพบว่านักร้องแต่ละคนก็มีเสียงไม่เหมือนกัน บางคนเสียงทุ้มใหญ่ต่ำกังวานมีอำนาจ บางคนเสียงเล็กแหลมใสไพเราะ บางคนเสียงสูง

          ในทำนองเดียวกันถ้าเราเปลี่ยนสีสันของเสียงดนตรีหรือเสียงร้องแล้วจะทำให้เกิดความรู้สึกที่ตัดกัน เช่น เมื่อเราให้เครื่องดนตรีชนิดหนึ่งเล่นทำนอง ๆ หนึ่ง แล้วเปลี่ยนให้เครื่องดนตรีอีกชิ้นอื่นเล่นทำนองเดียวกัน ก็จะทำให้เกิดผลต่อความรู้สึก คุณลักษณะของเสียงดังกล่าวนี้เมื่อเราฟังบ่อย ๆ ครั้ง เราอาจสังเกตความแตกต่างได้สีสันหรือคุณลักษณะของเสียงเหล่านี้ ทำให้คีตกวีสามารถเลือกใช้ให้เหมาะสมกับอารมณ์ บรรยากาศ และโอกาสของบทบรรเลงได้

สื่อที่ทำให้เกิดเสียง (Performing Media: Voices and Instruments)

1) เสียงร้องของมนุษย์ (Voices)

Arthur Jacobs ได้ให้คำนิยามของคำว่า Voice ในหนังสือ A New Dictionary of Music ไว้ว่า “the human (and animal means of sound-production using the two vibrating agents called the vocal cords.)”

วิลเลียม เบิร์ด (William Byrd) คีตกวีชาวอังกฤษสมัยพระนางเอลิซาเบ็ธที่หนึ่ง ได้สดุดีเสียงขับร้องของมนุษย์ไว้ว่า “เสียงของเครื่องดนตรีชนิดใดที่จะอาจเอื้อมมาเทียบกับเสียงขับร้องของมนุษย์ได้นั้นไม่มี”

          นับย้อนจากอดีตจนถึงปัจจุบัน การร้องเพลงเป็นสิ่งที่ใช้กันอย่างกว้างขวางมาก ในการแสดงละครของกรีกโบราณได้มีการร้องเพลงประกอบ หรือชาวอิสราเอลก็ใช้วิธีการร้องเพลงเพื่อบูชาพระผู้เป็นเจ้า ซึ่งศาสนาหลาย ๆ ศาสนาก็ใช้วิธีนี้เช่นกัน เสียงของมนุษย์จัดเป็นเครื่องดนตรีที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิดสามารถถ่ายทอดอารมณ์และสื่อความหมายได้ดีที่สุด การร้องเพลงเป็นสิ่งบันเทิงที่ใกล้ตัวที่สุด ประหยัดที่สุด

          เสียงของมนุษย์มีลักษณะเฉพาะตัวของแต่ละบุคคล การที่เสียงจะมีคุณภาพเช่นไร มีความดัง เบา กังวาลหรือแหบแห้งประการใด ล้วนต้องขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่างเช่น

          1. เชื้อชาติและเผ่าพันธุ์ ความแตกต่างของโครงสร้างอวัยวะต่าง ๆ ในร่างกาย เช่นรูปทรง กะโหลกศีรษะ ใบหน้า โพรงจมูก เป็นปัจจัยสำคัญในการแยกแยะเสียงพูดโดยธรรมชาติของมนุษย์

          2. ภาษาดั้งเดิมของชนชาตินั้น ๆ มีส่วนสำคัญในการกำหนดลักษณะการเปล่งเสียง
          3. อวัยวะที่ก่อให้เกิดเสียงโดยเฉพาะเส้นเสียง (Vocal chord) เป็นปัจจัยชี้ขาดในการกำหนดทั้งเสียงพูดและเสียงร้องเพลงของมนุษย์ จะสังเกตได้ว่า

เส้นเสียงยาว เสียงจะมีพิสัยที่กว้าง

เส้นเสียงสั้น เสียงจะมีพิสัยที่ค่อนข้างแคบ

เส้นเสียหนา เสียงจะค่อนข้างทุ้ม

เส้นเสียงบาง เสียงจะค่อนข้างแหลม

          เสียงของมนุษย์แยกได้ 2 ชนิด คือ เสียงพูดและเสียงร้องเพลง เสียงพูดนั้นโดยทั่วไปแล้วไม่จำเป็นต้องใช้ลมหายใจมาก แต่เสียงร้องเพลงจำเป็นต้องใช้ลมหายใจให้เพียงพอและถูกต้องจึงจะเปล่งเสียงที่มีคุณภาพได้
เสียงพูด โดยปกติเสียงพูดของผู้ชายมีความถี่ประมาณ 145 ไซเคิลต่อวินาที เสียงพูดต่ำสุดของผู้ชายบางคนสามารถทำให้ต่ำที่สุดถึง 80 ไซเคิลต่อวินาที ส่วนเสียงพูดของผู้หญิงมีความถี่เฉลี่ยประมาณ 230 ไซเคิลต่อวินาที เสียงพูดสูงสุดของผู้หญิงบางคนสามารถทำได้ถึง 400 ไซเคิลต่อวินาที
เสียงร้องเพลง โดยปกติเสียงพูดของผู้ชายต่ำสุดได้ถึง 74 ไซเคิลต่อวินาที ของผู้หญิงสูงสุดได้ถึง 1,408 ไซเคิลต่อวินาที

          ช่วงเสียงขับร้องตั้งแต่เสียงต่ำสุดของผู้ชายแต่ละคนประมาณ 12 เสียง ช่วงเสียงจากต่ำสุดถึงสูงสุดของผู้หญิงแต่ละคนก็มีประมาณ 12 เสียงเช่นเดียวกัน สำหรับช่วงเสียงขับร้องตั้งแต่เสียงต่ำสุดของผู้ชายขึ้นไปจนถึงเสียงสูงสุดของผู้หญิง มีระยะประมาณ 4 คู่แปด (Octave)
เสียงขับร้องของมนุษย์ ตามหลักสากลสามารถแบ่งออกเป็น 4 ประเภทใหญ่ดังนี้

1.เสียงโซปราโน (Soprano) เสียงสูงสุดของผู้หญิง
2. เสียงอัลโต (Alto) เสียงต่ำของผู้หญิง
3. เสียงเทเนอร์ (Tenor) เสียงสูงของผู้ชาย
4. เสียงเบส (Bass) เสียงต่ำของผู้ชาย

          นอกจากนี้แล้วยังมีการแบ่งเสียงของมนุษย์ออกเป็น 6 ประเภท คือ ฝ่ายหญิง 3 ประเภท เรียงจากเสียงสูงไปหาต่ำ เช่น โซปราโน (Soprano) เมซโซโซปราโน (Mezzo-soprano) และอัลโต (Alto) สำหรับฝ่ายชาย 3 ประเภทเรียงจากเสียงสูงไปหาต่ำ เช่น เทเนอร์ (Tenor) บาริโทน (Baritone) และเบส (Bass) เหตุที่ต้องแบ่งเสียงออกเป็น 6 ประเภท ก็เพื่อประโยชน์ในการขับร้องออราทอริโอและการแสดงอุปรากรมากว่าอย่างอื่น

          โดยปกติแล้วในวงขับร้องประสานเสียง (Chorus) จะแบ่งนักขับร้องออกเป็น 4 กลุ่มหรือ 4
แนว ดังที่กล่าวข้างต้น คือ โซปราโน อัลโต เทเนอร์ และเบส โดยใช้อักษรย่อของแต่ละระดับเสียงว่า S.A.T.B. สำหรับเสียงที่แบ่งออกเป็น 6 ประเภทนั้น ก็จะถูกนำไปรวมกับกลุ่มที่มีระดับเสียงที่ใกล้เคียงกัน คือ เสียงเมซโซโซปราโนและบาริโทน ก็ต้องเข้าไปรวมกับกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งที่ตนมีช่วงเสียงใกล้เคียง และจะต้องพยายามขยับเสียงของตัวเองให้สูงขึ้นไปอีก หรือไม่ก็ต้องพยายามลดเสียงให้ต่ำลงมาอีกนิด ทั้งนี้ก็เพื่อให้เข้ากับกลุ่มที่ตนไปรวมด้วยนั่นเอง


          นอกจากวงขับร้องประสานเสียงผสมชายหญิงแล้ว ก็ยังมีวงขับร้องประสานเสียงประเภทผู้ชายล้วน มักจะแบ่งระดับเสียงออกเป็น 4 แนว คือ แนวเทเนอร์ 2 แนว และแนวเบส 2 แนว สำหรับวงขับร้องประสานเสียงประเภทผู้หญิงล้วน มักจะแบ่งระดับเสียงออกเป็น 3 แนว คือ โซปราโน 2 แนว และอัลโต 1 แนว ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของวงขับร้องประสานเสียงนั้น ๆ

 

 

2) เครื่องดนตรี (Musical Instruments)

          เครื่องดนตรี คือ อุปกรณ์ในการสร้างเสียงดนตรีที่สำคัญ ความแตกต่างของรูปร่าง ลักษณะวัตถุที่ใช้ทำเครื่องดนตรี และวิธีการทำให้เกิดเสียง จะให้เสียงดนตรีที่แตกต่างกัน ให้อารมณ์แก่ผู้ฟังต่างกัน การจัดแบ่งกลุ่มหรือประเภทของเครื่องดนตรีอาจทำได้หลายวิธีการ อาจจัดตามรูปร่างลักษณะ วิธีการทำให้เกิดเสียง ฯลฯ ในดนตรีของชาติต่าง ๆ ก็มีวิธีการจัดโดยอาศัยหลักเกณฑ์ที่แตกต่างกันออกไป สำหรับเครื่องดนตรีสากล ในปัจจุบันนิยมแบ่งเป็นกลุ่มต่าง ๆ ดังนี้

1. กลุ่มเครื่องสาย (String Instruments)
2. กลุ่มเครื่องลมไม้ (Wood Wind Instruments)
3. กลุ่มเครื่องเป่าประเภทโลหะ (Brass Wind Instruments)
4. กลุ่มเครื่องคีย์บอร์ด (Keyboard Instruments)
5.กลุ่มเครื่องกระทบหรือเครื่องตีประกอบจังหวะ (Percussion Instruments)

 




ดนตรี นาฏศิลป์

ดนตรีกับพัฒนาการการเรียนรู้ บ้านจิกดู่
จะให้ดนตรีอะไรกับลูกดี?
จีนใช้ดนตรีแทรกซึมวัฒนธรรมทั่วโลก ยอมยกเครื่องดนตรีจีนใหม่เลียนเสียง“เปียโน”
การคุม Sound กลองในสภาวะต่างๆ
ZOOM G7.1ut Guitar Effect น่าสนใจ
ทางเดินคอร์ด Pop Jazz for Electric Bass
Introduction to Sound Recording
Riff Slap มันๆ กับ เพลงจังหวะชีวิต ของ ModerDog
ลูกเล่น กีต้าร์ Aaron Harris'''' Lick#1 (a legato sextuplet pattern) article
Basic Ear Training สิ่งที่ไม่ควรมองข้ามครับ
การ Improvise กลองในเพลง
com''music tips ชนิดของไฟล์เสียงในระบบคอมพิวเตอร์
TAB GUITAR แจกฟรี 3
Young Drummer of the Year Competition 2006
TAB GUITAR แจกฟรี 2
TAB GUITAR แจก ฟรี 1
ไม้กลอง นั้น สำคัญไฉน
การเล่นกลองให้มี Dynamic หรือความรู้สึกเคลื่อนไหว
การอ่าน Tab Guitar เบื้องต้น
ประวัติวงสตริงในเมืองไทย
ญี่ปุ่นแจ๋ว-พัฒนาหุ่นยนต์เล่นฟลุต
ดนตรีสากล
ดนตรีสากล ดนตรีไทย ที่ มศว.
ซ่อม กีต้าร์ ด้วยตัวเอง
มาทำความรู้จัก โรงเรียนดุริยางค์ทหารอากาศ article
โรงเรียนดุริยางค์ทหารเรือ
การฝึกระนาดเอกแบบโบราณ
แบบทดสอบ คุณเป็นนักดนตรีได้ไหม article
ไม้กลอง
ส่วนประกอบ Drume
(Technique)” หรือ “ดนตรี (Music)” ?
ดนตรีเชมเบอร์ (Chamber Music)
Scales and Arpeggios
คอร์ด (Chord)
บันไดเสียง (SCALE)
ทำนอง (Melody) article
เสียง (Sound)
แจกฟรี โปรแกรม ตั้งเสียงกีต้าร์ Audio Phonics Tuner 1.02
ลูกเล่น และ เทคนิค ต่าง ๆ ในการเล่น กีตาร์
รวมเรื่องราวของ Rock ทุกสายพันธ์
การทำงานของดนตรีกับร่างกายมนุษย์
เทคนิค การตีกลอง
ยุคของดนตรี
Computer Music
การเลือกซื้อ กีต้าร์คลาสสิค
ดนตรีบำบัด เพื่อเด็ก ออทิสติก
ดูแล รักษา เปียโน
ไมโครโฟน article
ดนตรี เด็ก article



[1]

ความคิดเห็นที่ 1 (36783)

ดี

ผู้แสดงความคิดเห็น กาย (Dr-dot-tjj-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2009-08-29 11:09:52


ความคิดเห็นที่ 2 (37717)

 

ไม่เห็นมีคุก***อะไรเล้ย

ผู้แสดงความคิดเห็น bom (Example555-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2010-03-31 16:25:28


ความคิดเห็นที่ 3 (37718)

น่าหี

ผู้แสดงความคิดเห็น bom (Example555-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2010-03-31 16:28:14


ความคิดเห็นที่ 4 (37719)

น่าหี

ผู้แสดงความคิดเห็น bom (Example555-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2010-03-31 16:31:21


ความคิดเห็นที่ 5 (37720)

พาโครตพ่อโครตแม่มึงไป***กันไป้

ผู้แสดงความคิดเห็น bom (Example555-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2010-03-31 16:35:33


ความคิดเห็นที่ 6 (38795)

ชอบเรียนหนังสือ

ผู้แสดงความคิดเห็น น้องมายด์ป่วนเมือง วันที่ตอบ 2010-11-11 19:34:54


ความคิดเห็นที่ 7 (38797)

สอบได้ที่1

ผู้แสดงความคิดเห็น มายด์ วันที่ตอบ 2010-11-11 19:42:14


ความคิดเห็นที่ 8 (152426)

 ดีจังเลยตับ  ต้องขอขอบคุณจิงๆคับ

ผู้แสดงความคิดเห็น zero วันที่ตอบ 2012-05-30 21:30:21



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล
รหัสป้องกันสแปม *CAPTCHA Image





Copyright © 2010 All Rights Reserved.
โรงเรียนจินตะดนตรี 244/3 ถ.ผาแดง(ติด ร.ร.ศรีทองวิไล) ต.ในเมือง อ.เมือง จ.อุบลราชธานี 34000 โทรศัพท์ 045-262264, 045-246033, 0864610460